ดร.แกง

ขยัน…คือ…คำตอบ

GANK Pharmacy

3-family

“ชั่วโมงสร้างสุข” Family News Today เป็นสกู๊ปข่าว แนะนำเรื่องการเตรียมตัว การดูแลสุขภาพและการใช้ยาในช่วงการเดินทางมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ติดตามรายละเอียด ที่นี่

15 คำถามสำคัญก่อนกินยา

banner

เมื่อเป็นไข้ไม่สบาย เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ หลายคนก็มักจะปรึกษากับเภสัชกรที่ร้านยา เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลตนเอง หากเป็นอาการที่น่ากังวลเภสัชกรก็จะแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาล เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสม ปกติแล้วอาการที่ร่างกายแสดงออกมา ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลในร่างกาย ถ้าไม่หนักหนาสาหัสก็มักจะหายได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยา แต่หากจำเป็นต้องกินยาจริงๆ คุณผู้อ่านต้องตอบคำถาม 15 ข้อต่อไปนี้ให้ได้ก่อนครับ ยิ่งปัจจุบันร้านสะดวกซื้อบางแห่ง มีบริการยาสามัญประจำบ้าน ยาสมุนไพร และยาแผนโบราณ เรียกได้ว่า ผู้บริโภคหาซื้อยาได้ง่ายพอสมควร ดังนั้น มาดูกันเลยครับว่า 15 คำถามสำคัญก่อนกินยานั้นมีอะไรบ้าง

1. ยานี้ชื่ออะไร?
ชื่อยานี้สำคัญมากครับ หลายครั้งที่ผู้ป่วยจำลักษณะเม็ดยาและสี แต่ไม่ทราบชื่อยา โปรดจดจำชื่อสามัญทางยา กับชื่อทางการค้า เช่น Tylenol เป็นชื่อทางการค้า ส่วนชื่อสามัญทางยาคือ paracetamol

2. ฉันจำเป็นต้องกินยานี้ด้วยหรือ?
ข้อนี้ต้องถามตัวเองเสมอว่า มีความจำเป็นไหม เพราะยาก็คือสารเคมีที่อาจจะทำให้เกิดพิษได้

3. ยานี้มันจะช่วยแก้อาการได้อย่างไร?
ผู้บริโภคควรเข้าใจการทำงานของยาเบื้องต้นว่ามันช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้อย่างไร ซึ่งควรศึกษาข้อมูลจากฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรหากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม

4. ฉันเคยเกิดอาการแพ้ยาตัวนี้หรือสารเคมีอื่นที่เป็นองค์ประกอบในยาหรือไม่?
ผู้บริโภคต้องแจ้งผู้ประกอบวิชาชีพทุกครั้งว่าแพ้ยาอะไรบ้าง นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะแพ้ยาตัวอื่นในกลุ่มยาเดียวกัน ที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกัน ซึ่งผู้ใช้ยาก็ต้องระมัดระวังการใช้ยา ทั้งยาตัวที่แพ้โดยตรง และยาตัวอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดการแพ้ยาเหล่านี้ด้วยเสมอ นอกจากนี้ บางคนอาจจะแพ้สารเคมีบางอย่างที่เป็นองค์ประกอบในยา เพราะในเม็ดยา หรือยารูปแบบอื่นๆ ไม่ได้มีเฉพาะตัวยาสำคัญเท่านั้น ยังมีสารเคมีอื่นๆ ที่ช่วยทำให้ยาเป็นรูปเป็นร่าง มีความคงตัว และมีสีและกลิ่นที่น่ากิน

5. ฉันต้องกินปริมาณเท่าไหร่?
ยาชนิดเดียวกันอาจมีหลายขนาด ผู้บริโภคต้องทราบปริมาณที่ต้องใช้ หากเป็นยาสามัญประจำบ้านก็ต้องอ่านที่ฉลากยา และกินในปริมาณที่แนะนำ

6. ฉันต้องกินถี่แค่ไหน วันละกี่ครั้ง?
การกินยาเป็นการนำส่งโมเลกุลยาผ่านทางเดินอาหาร เพื่อเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้น ปริมาณยาที่เข้าสู่ร่างกายจึงสำคัญ ยาบางประเภทอาจระบุชัดเจนว่าให้กินทุกๆ กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้ระดับยาในเลือดสูงเพียงพอที่จะทำให้เกิดผลการรักษา

7. ฉันต้องกินตอนไหนของวัน?
ยาบางตัวจำเป็นต้องกินตอนเช้า ยาบางตัวก็ต้องกินตอนค่ำ ยางบางตัวก็ไม่ได้มีข้อกำหนด กินได้ตลอดวัน ดังนั้น ศึกษาข้อมูลให้ดีครับ

8. ฉันควรกินยานี้ตอนท้องว่างหรือกินพร้อมอาหาร?
ยาบางตัวอาจจะดูดซึมได้ดีตอนท้องว่าง อาหารและกรดในทางเดินอาหารอาจทำลาย จึงแนะนำให้กินก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที แต่ยาบางตัวควรกินพร้อมอาหาร เพื่อส่งเสริมการดูดซึม หรือลดอาการข้างเคียงบางอย่าง เช่น ยาระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

9. ฉันควรเก็บยานี้ไว้ที่ไหนดี?
โดยปกติควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเก็บในที่ร้อนจัด หรือเอาไว้ในพาหนะ ซึ่งจอดกลางแจ้ง ยาบางกลุ่มอาจจะต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ทั้งนี้ ควรปรึกษาเภสัชกรสำหรับยากลุ่มพิเศษนี้

10. ฉันควรทำอย่างไรถ้าลืมกินยา?
ยาบางประเภท เช่น ยาแก้ปวด ลดไข้ ที่ใช้ เมื่อมีอาการ ถ้าลืมกินยาก็สามารถกินได้เลยเมื่อนึกขึ้นได้ และหยุดกินยาเมื่ออาการหาย ถ้าลืมกินยาก่อนอาหาร ก็รอให้กระเพาะอาหารว่างก่อน(ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังอาหาร) แล้วค่อยกินยา ทั้งนี้ ยาบางประเภท (เช่น ยาคุมกำเนิด) ควรปรึกษาเภสัชกรถามเป็นกรณีไปว่า หากลืมกินยาจะต้องทำอย่างไร

11. ฉันจะต้องกินยานี้ไปอีกนานแค่ไหน?
ยาที่ระบุว่าให้กินเมื่อมีอาการ สามารถกินยาซ้ำได้ ตามความถี่ที่ระบุไว้ เช่น กินยาทุกๆ 4-6 ชั่วโมง เมื่ออาการหายแล้วก็สามารถหยุดยาได้ แต่ยาบางประเภท เช่น ยาปฏิชีวนะรักษาอาการติดเชื้อ จำเป็นต้องกินต่อเนื่องเป็นสัปดาห์

12. ฉันจะทราบได้อย่างไรว่ายานี้มันช่วยฉันได้?
ถ้าเป็นยาแก้อาการง่ายๆ กินเมื่อมีอาการ ถ้าอาการมันหายก็คงบ่งบอกว่า ยานี้มันช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าเป็นยารักษาโรคเรื้อรัง คุณจำเป็นต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ และมาพบแพทย์เพื่อดูผลของยาว่า มันช่วยแก้อาการได้ไหม ผลการตรวจค่าบ่งชี้บางอย่างซึ่งอาจจะมาจากการตรวจเลือด จะเป็นตัวบอกว่า ยาตัวนี้ ในขนาดนี้ ได้ผล หรือต้องปรับขนาดให้สูงขึ้น หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ยาตัวใหม่

13. ผลข้างเคียงของยานี้ที่อาจจะเกิดขึ้นกับฉันมีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงของยานี้อาจจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ใช้ยาได้ทุกคน เพราะเป็นอาการที่เกิดจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาตามปกติ เช่น อาจจะง่วงซึม ปากแห้ง เป็นต้น หากเกิดผลข้างเคียงของยาที่ไม่รุนแรง ผู้ป่วยสามารถทนได้ ปรับตัวได้ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอาการรุนแรง และรบกวนการใช้ชีวิตปกติ ก็ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษา เพื่อค้นหาแนวทางการใช้ยาใหม่
14. แล้วยานี้มันจะมีผลต่อการทำงาน การขับรถ หรือกิจกรรมอื่นใดไหม?
ยาแก้แพ้บางกลุ่มทำให้ง่วงซึม จึงควรระวังการใช้ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือขับรถ และระมัดระวังการใช้ในเด็กเป็นพิเศษ

15. ยานี้จะเกิดอันตรกิริยา (ยาตีกัน) กับอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาอื่นๆ ไหม
อาหารบางอย่าง เช่น นม อาจจะรบกวนการดูดซึมของยาบางชนิดได้ ยาบางประเภทก็ไม่ควรกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาอื่นๆ ที่ต้องกินร่วมกันในห้วงเวลาเดียวกัน อาจจะเกิดภาวะยาตีกัน ซึ่งอาจจะเป็นการเสริมฤทธิ์กันหรือเกิดการต้านฤทธิ์กันก็ได้

ที่มา บริษัท นิวส์ คอนเน็ก จำกัด

http://www.newsconnect.co.th/health/healthdetail.php?idnews=3850

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับยา ที่นี่

ยาสำหรับโรคระบบประสาท ที่นี่

ยาชีววัตถุ ที่นี่

ยาเซลล์ต้นกำเนิด ที่นี่ 

Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs)  http://cellrx.wordpress.com/atmps/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s