ดร.แกง

ขยัน…คือ…คำตอบ


1 ความเห็น

เซลล์ต้นกำเนิดไม่ใช่เรื่องไกลตัว

 
ไม่ได้เขียนบล็อกที่นี่มานาน
และก็จะยังไม่เขียนนะครับ
แวะไปอ่านบล็อกเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดที่เพิ่งเขียนได้ที่
 
 
Advertisements


1 ความเห็น

อาทิตย์หรรษา

วันนี้ตื่นแต่เช้าไปวัดพุทธปทีปที่วิมเบิลดัน วันนี้ที่วัดจัดงานวันสงกรานต์ครับ
ไปกับพี่ๆ ธปท หลายคนเลย ไปไหนมาไหนก็พี่ๆ กลุ่มนี้หล่ะ น่ารักใจดี
ก็ไปทำบุญ รับศีลรับพร กินอาหารไทย (กินพะแนงเนื้อร้านบ้านเชียง อร่อยมากๆ แต่กะทิมันสุดยอด) 
นั่งชมการแสดงบนเวทีจนเกิดอาการเบื่อก็เลยกลับตั้งแต่ช่วงบ่าย
ติดตามชมภาพได้ที่
กลับมาถึงที่พักก็สลบ หลับเป็นตาย แต่ก่อนจะหลับก็ปรับงานเขียนนิดหน่อย
เรื่องกลไกการออกฤทธิ์ของยาต้านเศร้า fluoxetine ต่อ การสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส
ติดตามอ่านเนื้อหาได้ที่
ตื่นมาประมาณเกือบสองทุ่มก็เลยไปยิม
วิ่ง 20 นาที weight training แล้วก็อาบน้ำฟรีที่ยิม
ตอนนี้ก็พอจะควบคุมอาหารได้ ออกกำลัยกายกำลังไปได้ดี อ่านหนังสือก็สนุก ไม่ได้ปวดต้นคอเหมือนเดิม
กำลังสงสัยว่าที่ปวดเพราะเครียดหรือว่าสายตาไม่ดี
ถ้าเป็นเพราะเครียดก็แสดงว่าตอนนี้สมองทำงานปกติแล้ว
แต่ถ้าเป็นเพราะสายตาสั้นและเอียงการที่มันดีขึ้นก็คงเป็นเพราะอาหารเสริมที่กินกระมัง
สิ่งที่ควรทำขั้นต่อไป คือ นั่งสมาธิตอนเช้าตรู่ก่อนไปมหาวิทยาลัย
เพราะเคยอ่านหนังสือ ดร อาจอง ว่าท่านทำทุกวันนะ
ที่คิดเรื่องการลงจอดของยานไวกิ้งได้ก็เพราะไปนั่งสมาธินั่นเอง
น่าจะทำให้มีสมาธิ พลังจิตแข็งแรงขึ้นนะ
อีกอย่างตอนนี้กินกาแฟมากนะ เพราะอยู่อังกฤษนี่กาแฟหอมมาก
ยิ่งพี่สิงห์ซื้อเครื่องทำกาแฟใหม่มายิ่งหอมมาก
แต่จริงๆ เครื่องทำกาแฟเครื่องเก่าก็อร่อยมากพอครับ
 
เพื่อชีวิตที่สมดุล
 


2 ความเห็น

เอางานเก่ามาเล่าใหม่

ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงแต่ช่วงนี้เขียนวิกิไทยบ่อยขึ้น เมื่อคืนเอางานปริญญานิพนธ์ตอนที่เรียน ป.ตรีที่เภสัชจุฬามาเรียบเรียงใหม่ เรื่อง
ตอนนี้ยังหา reference ไม่เจอ แต่เขียนถูกชัวร์ไม่มีมั่วนิ่ม ตั้งใจว่าจะเขียนอย่างสมำเสมอและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นไม่มากก็น้อย


ใส่ความเห็น

nootropics สารบำรุงสมอง

 

เรื่องที่เขียนนูโทรปิกส์นี้ผมเอาไปลงไว้หลายที่ครับ

1. วิกิพีเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C

2. เอ็ดดูโซน http://www.eduzones.com/newsview.aspx?zone_id=2&type=5&id=33872

ลองมาอ่านเนื้อหาที่ผมเขียนดีกว่าครับ

                 คำว่านูโทรปิกส์ (nootropics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีก คือ noos และ tropein ซึ่งแปลว่า “mind” และ “toward” ตามลำดับ  บางครั้งนูโทรปิกอาจมีชื่อเรียกว่า smart drugs แรกเริ่มนั้นคำนี้ใช้อธิบายฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยาที่ชื่อ piracetam ต่อมานิยมใช้คำนี้แพร่หลายมากขึ้น ทำงานโดยเพิ่มปริมาณสารเคมีในสมอง (neurochemicals) ไม่ว่าจะเป็นสารสื่อประสาท(neurotransmitters) เอนไซม์ (enzymes) และฮอร์โมน (hormones)

โดยทั่วไปแล้วนูโทรปิกหมายถึงกลุ่มสารที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ครับ

1) เพิ่มการทำงานด้าน cognitive function เช่น กระบาวนการเรียนรู้และการจดจำ

2) ช่วยปกป้องสมองจากปัจจัยรบกวนต่างๆ เช่น สารพิษ อนุมูลอิสระ เป็นต้น

3) ต้องไม่มีคุณสมบัติเป็นสารกระตุ้น (classical excitants) ยาสงบระงับ (tranquilizers) หรือ ยารักษาอาการทางจิต (antipsychotics)

4) มีผลไม่พึงประสงค์ต่ำมากๆ

กลไกการทำงานของสารนูโทรปิก

Ginkgo biloba สารสกัดจากใบแปะก๊วยซึ่งมีสารออกฤทธิ์  คือ glycosides และ ginkgolides

เพิ่มประมาณเลือดไปเลี้ยงสมอง

ปกป้องเซลล์ประสาทจากสารพิษ อนุมูลอิสระ

ยับยั้งฤทธิ์ของ PAF ที่ทำให้เกล็ดเลือดรวมตัวกัน

Phosphatidylserine

รักษาโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท

เพิ่มจำนวนตัวรับสารสื่อประสาทและกระตุ้นให้ใยประสาทส่วนเดนไดรต์ (dendrite) แตกกิ่งก้านมากขึ้น

กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท

Citicoline

รักษาโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์

เพิ่มปริมาณสารสื่อประสาทอะซีติลโคลีน (acetylcholine)

ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทโดปามีน (dopaminergic system)

Piracetam

ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทโคลิเนอจิก, ระบบประสาทนอร์อดรีเนอจิก และ ระบบประสาทโดปามีน

รักษาตัวรับสารสื่อประสาท โดยเฉพาะตัวรับประเภท เอ็นเอ็มดีเอ (NMDA receptors) และโคลิเนอจิก

ปกป้องเซลล์ประสาทจากสารพิษ อนุมูลอิสระ     

 Vinpocetine

เพิ่มประมาณเลือดไปเลี้ยงสมอง

เพิ่มการขนส่งและการลำเลียงกลูโคสเข้าสู่สมอง

เพิ่มปริมาณสารสื่อประสาทอะซีติลโคลีน

Acetyl-L-carnitine

เพิ่มการผลิตพลังงานในสมอง

ปกป้องเซลล์ประสาทจากสารพิษ อนุมูลอิสระ

รักษาตัวรับสารสื่อประสาท

Antioxidants เช่น วิตามินอี และ วิตามินซี

ปกป้องเซลล์ประสาทจากสารพิษ อนุมูลอิสระ

 

เอกสารอ้างอิง Mark A. McDaniel, Steven F. Maier, and Gilles O. Einstein

, “Brain-Specific” Nutrients: A Memory Cure?, Nutrition 19:957–975, 2003

 http://www.freewebs.com/neuroscience/nootropics.htm

 


ใส่ความเห็น

ครบรอบหนึ่งร้อยปีแห่งการค้นพบโรคอัลไซเมอร์

  • ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2449 (คศ1906) ในงานประชุมทางวิชาการของ Society of Southern German Psychiatrists ครั้งที่ 37 ซึ่งจัดที่เมือง Tubingen ประเทศเยอรมันนี นายแพทย์ Alois Alzheimer ได้เป็นผู้นำเสนอลักษณะทางประสาทพยาธิวิทยาและอาการทางคลินิกของโรคนี้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น  Emil Kraepelin ก็ได้ตั้งชื่อโรคนี้ตามผู้ค้นพบ คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
  • ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น นาย Alois Alzheimer เป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการ Anatomical Laboratory ที่ Royal Psychiatric Clinic แห่งมหาวิทยาลัยมิวนิค (University of Munich) ประเทศเยอรมันนี ซึ่งเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปี คศ 1903 โดยก่อนหน้านี้เขาทำงานที่ Municipal Institution for the Mentally Ill and Epileptics ในเมือง Frankfurt ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้รับการถ่ายทอดความรู้ทางด้านพยาธิวิทยาของสมอง ( brain histopathology) จากนาย Franz Nissl (นาย Franz Nissl คนนี้แหละครับที่เป็นคนคิดค้นวิธีการย้อมเซลล์สมอง Nissl Staining method ทำให้เราสามารถมองเห็นโครงสร้างของเซลล์ของเซลล์สมองและกลุ่มโปรตีนที่ติดสีย้อมที่เรียกว่า Nissl Bodies)
  • โดยในเดือนพฤศจิกายน ปี คศ 1901 นายแพทย์ Alois Alzheimer ได้รับผู้ป่วยหญิงที่ชื่อ Auguste D. อายุ 51 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของเมือง Frankfurt โดยมีอาการหลัก คือ ความจำเสื่อมเป็นอย่างมาก (progressive memory loss), focal symptoms, เห็นภาพซ้อน (delusions), ประสาทหลอน (hallucinations) ในปี คศ 1906 Auguste D. ก็ได้เสียชีวิตลงและสมองของเธอก็ถูกส่งไปให้นายแพทย์ Alois Alzheimer ที่เมือง Munich เพื่อทำการวิเคราะห์ ในที่สุด Alzheimer ก็ได้ใช้เทคนิคการย้อมเซลล์ Silver staining method ของ Max Bielschowsky ที่ได้นำเสนอวิธีนี้เมื่อสี่ปีก่อนหน้า  ผลการทดลองของ Alzheimer ได้แสดงถึง neuritic plaques (ต่อมาพบว่าประกอบด้วยกลุ่มของ amyloid beta peptides ซึ่งอยู่ภายนอกเซลล์) และ  neurofibillay tangles (ภายหลังพบว่าประกอบด้วยกลุ่มของ hyperphosphorylated Tua protein ซึ่งอยู่ภายในเซลล์) ซึ่งเป็นลักษณทางพยาธิวิทยาหลักของโรคโรคอัลไซเมอร์ที่ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงจวบจนปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทั่วโลกประมาณ 20 ล้านคนแล้วครับ

เอกสารอ้างอิง Michel Goedert and Maria Grazia Spillatini, A Century of Alzheimer’s disease, Science Vol 314, 777-780.