ดร.แกง

ขยัน…คือ…คำตอบ


4 ความเห็น

เรื่องน่ายินดี

"แปลกดีนะครับ เดิมผมใช้บริการของ gotoknow ซึ่งเป็นครือข่ายของ learners แต่ก็ไม่ได้เข้ามานานพอสมควร เพราะช่วงหลังยุ่งๆ หน่อย วันนี้แวะเข้ามา ก็นึกอยากเข้าโฮมเพจเกี่ยวกับเรื่องการแปลของอาจารย์โรส  ที่ผมคุ้นเคย (http://learners.in.th/planet/translation )

เลยเห็นบทความของอาจารย์เข้า   และสังเกตว่าเพิ่งเขียนเมื่อวานนี้เอง

เรื่องนี้น่าสนใจครับ ยินดีมากครับที่อาจารย์นำมาเผยแพร่ให้นักศึกษาทราบ  อยากให้รู้จักกันมากกว่านี้ อาจารย์ลองทำอีกบล็อกหนึ่งใน gotonow  ทำไปด้วยกันเลยก็ดีนะครับ เพราะมีสมาชิกเป็นครู อาจารย์ และคนในวงการสุขภาพเยอะ จะได้ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ครับ

ผมช่วงนี้ก็ตามอ่านเรื่องพวกนี้อยู่ครับ น่าสนใจดีครับ แต่ที่ผมอ่านส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ stress, depression, neurogenesis, neuroplasticity เสียมากกว่า ตอนนี้กำลังตามอ่านเรื่อง gene-environment interaction และ epigenetic modelling อยู่ครับ น่าสนใจดี  เมื่อวานกำลังอ่านเรื่อง Neuroplasticity Mediated by Altered Gene Expression ของ Colleen A McClung and Eric J Nestler ที่ published ใน
Neuropsychopharmacology REVIEWS (2007), 1–15 อยู่ครับ อ่านยากสำหรับผม แต่สนุกดีครับ เป็นอะไรที่ใหม่และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งครับ

ผมจะคอยตามอ่านเรื่องของอาจารย์นะครับ

มาโนช "

มันตื้นเต้นต้องรีบบันทึกไว้ เพราะว่าอาจารย์มาโนช หล่อตระกูลท่ายเป็นปรมาจารย์ทางด้านจิตเวชศาสตร์ที่ รพ รามาธิบดี แล้วผมก็เป็นแฟนคลับอ่านหนังสือที่ท่านแต่งเมื่อครั้งสมัยเรียนปริญญาตรี อาจารย์มาได้ให้เกียรติมาอ่านบทความที่ผมเอาไปลงไว้ใน learner.in.th เรื่อง ผลของการออกกำลังกายต่อการเกิดใหม่ของเซลล์ประสาท ซึ่งผมเขียนนานแล้วเพียงแต่เพิ่งเอาไปลงในเว็บไซต์นี้เมื่อสามวันก่อน

รู้สึกดีมากมาย

Advertisements


1 ความเห็น

ความทรงจำของวีระพงษ์ ตอนที่ 1

 

วันนี้ได้ชมมิวสิควิดิโอของ มนต์แคน แก่นคูณ เนื้อหาในหลายๆ เพลงได้กระตุ้นภาพความทรงจำในวัยเด็กของผมได้เป็นอย่างดี

 

สมัยเป็นเด็กที่บ้านทำนา ถึงฤดูเกี่ยวข้าว ได้ "ฟ่อนข้าว" แล้วก็ต้องมาตีข้าวให้ได้เม็ดข้าวเปลือกไปขาย กิจกรรมการตีข้าวจึงเกิดขึ้นในสถานที่ที่เรียกว่า "ลานตีข้าว หรือ ลานนวดข้าว" ซึ่งสมัยก่อนต้องทาพื้นผิวด้วยมูลวัวหรือควายที่เปียกแล้วปล่อยให้มันแห้ง มูลสัตว์จะช่วยปกป้องความชื้นจากดินและเชื้อโรคพวกแบคทีเรียและรา ช่วยปรับความแข็งของผิวหน้าดิน ไ ม่ให้เม็ดข้าวติดปนไปกับดิน ทำให้เก็บรวบรวมเม็ดข้าวได้ง่าย ต่อมาจึงมีการใช้ตาข่ายสีฟ้าเพื่อรองเม็ดข้าว ชาวนาต้องไปนอนที่นาเพื่อตีข้าวทั้งกลางวันและกลางงคืนให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ข้าวมีคุณภาพได้ราคางาม ผมก็เลยนึกถึงตอนที่ไปนอนที่ทุ่งนาตอนกลางคืน ไปตีข้าวที่ลานข้าว ท่ามกลางแสงจันทร์ เหมือนในมิวสิคเพลงลูกทุ่งไม่มีผิด

 

เพลงเตะน้ำหยอกปลา ทำให้นึกถึงภาพตอนไปนั่งบนเพิงริมน้ำแล้วหย่อนเท้าเตะน้ำเล่น แต่ใจจริงคือไปตกเบ็ดเพื่อหาปลานิลที่คลองแถวบ้าน แต่มันไม่มีปลามาติดกินเบ็ดก็เลยนั่งเอาขาแช่น้ำเล่นไปเรื่อย

 

ถาดพาข้าว เป็นภาชนะที่ทำให้ผมนึกถึงปู่ย่าขึ้นมาอย่างจับใจ ตู้กับข้าวไม้ที่ขาตั้งไม่ตรงกันทำให้เย้ไปเย้มามีถาดพาข้าวเก่าๆ ลายต้นไม้สีเขียวๆ ในถาดพาข้าวก็จะมีน้ำพริกปลาร้า มีกับข้าวที่เหลือจากมื้อก่อนๆ (ทำกับข้าวครั้งหนึ่งก็ทานไปได้หลายมื้อ) มีผักใบเขียว และโชคดีก็จะมีพวกขนมที่เรียกว่า เศษหลวงพ่อ คือเป็นขนมหวานที่ย่าเอามาจากวัดที่มีคนถวายให้หลวงพ่อ ท่านฉันไม่หมดก็เอามาให้ญาติโยมเอาไปทานที่บ้าน

 

โครงกระดูกไก่ราคา 3 บาท (ร้องไห้) ที่ปู่เดินไปซื้อที่ตลาดสดเอามาปรุงแบบชาวบ้าน เติมตะไคร้ ใบมะกรูด สับกระดูกให้เป็นชิ้นพอคำ เมนูนี้ทำให้ผมซึ้งมาก ปู่ก็ได้กินผมก็ได้กิน แต่จุดประสงค์จริงๆ ก็คือ ทำกับข้าวให้ ไอ้ตูบ ที่เป็นหมาแสนรู้ของปู่ มันชอบกินมากแต่ผมก็จะแย่งมันกินเป็นประจำ เอาต้มกระดูกไก่ร้อนๆ ราดข้าวสวยสักจาน ตอนนั้นก็เป็นจานเยี่ยมของผมแล้ว

 

ตอนเช้าๆ ย่าจะต้องนึ่งข้าวเหนียวแล้วมา ส่ายข้าว คือการถ่ายข้าวเหนียวที่สุกแล้วจากหวดข้าวเอามาผัดบนแผ่นไม้หนาๆ ที่เรียกว่า  โบม แล้วก็เอาน้ำมาพรมข้าวเหนียวเป็นระยะๆ ใช้ ไม่ค่อนด้าม หรือ ไม้ส่ายข้าว พลิกข้าวกลับไปมาเพื่อให้ไอน้ำจากข้าวเหนียวระเหยไปในอากาศ ลดอุณหภูมิไปในตัว ถ้าไม่ผัดข้าวให้ไอมันระเหยออกก่อนเวลาเอาข้าวเหนียวไปใส่ในกระติบไอน้ำก็จะควบแน่นเป็นโมเลกุลน้ำข้าวเหนียวก็จะแฉะ ไม่เหนียวปั้นไม่เป็น ปั้นข้าวเหนียว นอกจากนี้โมเลกุลน้ำอาจเร่งปฏิกิริยาทำให้ข้าวบูดง่ายด้วยกระมัง ผมก็ต้องมานั่งรอตอนที่ข้าวร้อนๆ เพื่อจะได้กินข้าวเหนียวร้อนๆ แต่ทั้งนี้ต้องรอหลังจากย่าแบ่งส่วนหนึ่งไว้ให้ปู่ใส่บาตรก่อน มิฉะนั้นจะได้บาปเอา จากนั้นผมก็เอาเกลือมาโรยปั้นข้าวเหนียวกินเป็นอาหารเช้า แต่อีกเมนูที่เด็ดก็คือ น้ำปลาร้าจากกระปุกแล้วบีบน้ำมะนาวลงไปนิด เอาปั้นข้าวเหนียว จ้ำ ลงไปในสารละลายดังกล่าวข้างต้น รสชาติแซ่บอย่าบอกใคร นี่ก็เป็นอีกเช้าที่รอดตายก่อนจะเดินไปเรียนหนังสือเมื่อครั้งเป็นเด็กน้อย

 

เพลงคำสัญญาของหนุ่มบ้านนอกของ ไผ่ พงศธร ท่อนนี้ อาศัยข้าวแกง กินข้าวแลงในห้องน้อยๆ ตรงกับชีวิตผมช่วงที่มาพักที่เอสดีคอรท์ แถวกิ่งเพชร ซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนปริญญาตรีที่คณะเภสัช จุฬาฯ คือสภาพห้องก็ไม่ถือว่าแคบดอก เพียงแต่เป็นห้องว่างเปล่า บนตึกเก่าๆ เพื่อนบ้านร่วมตึกก็จะเป็นพี่น้องคนอีสานที่มาตามล่าหาความฝัน บ้างก็เป็นพ่อค้าแม่ขาย ขายพวกอาหาร ขายน้ำหวาน ขับแท็กซี่ บ้างก็เป็นแม่บ้านให้สามีเลี้ยง ตกตอนเย็นมาพวกเขาก็สังสรรค์รวมตัวกันทานข้าวเย็นกัน พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาราโอเกะ เพียงแค่นี้ก็สววรค์สำหรับเขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเขาก็มีรายได้ไม่ได้มากนักแต่ก็เสียเงินกับพวกนี้โดยใช่เหตุบ้างก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน

 

ต้องรำลึกความทรงจำครั้งเป็นเด็กน้อยไปเรื่อยๆ ช่วงนี้กำลังเก็บข้อมูลตัวเอง !


ใส่ความเห็น

ชีวิตที่โรงเรียนใหม่

วันนี้เป็นอีกวันที่น่าจดจำ เพราะนานๆ ทีจะได้มีโอกาสฟังสัมมนาทางวิชาการเรื่องที่อยากฟัง วันนี้มีอาจารย์จาก Wake Forest University School of Medicine มาบรรยายเรื่อง Stem cells in regenerative medicine ซึ่งบรรยายได้น่าสนใจพอสมควร วันนี้ยังเป็นวันที่ได้พบกับ Dr Paulo อาจารย์ที่ปรึกษาร่วมเป็นครั้งแรก เพราะเคยอ่านแต่เปเปอร์เขาตอนต้นปีที่เป็นข่าวใหญ่เรื่องเซลล์ต้นกำเนิดจากน้ำคร่ำ (amniotic fluid-derived stem cells) แล้วก็ประหลาดใจเมื่อทราบจากอาจารย์ปรึกษาหลักว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Dr Pualo เพราะอาจารย์เก่งมากและเป็นผู้บุกเบิกหัวข้องวิจัยนี้เลยก็ว่าได้