ดร.แกง

ขยัน…คือ…คำตอบ


1 ความเห็น

ครบรอบหนึ่งปี

วันที่ 25 กันยายน 2549 เป็นวันที่เราเดินทางจากประเทศไทยมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เวลาผ่านไปเร็วมาก วันนี้สำเร็จปริญญาโท MSc Integrative Neuroscience จาก Faculty of Medicine, Imperial College London โดยสมบูรณ์ ถึงแม้คะแนนจะไม่ได้ระดับเกียรตินิยมแต่ก็เป็นความสำเร็จที่เราพอใจระดับหนึ่ง การสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงก็เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง แต่เราจะปลาบปลื้มอีกหลายเท่าเมื่อผลการศึกษาวิจัยของเราในอนาคตได้สร้างประโยชน์ให้กับคนหมู่มาก การย้ายไปเรียนปริญญาเอกที่ University College London จึงเป็นการเริ่มต้นที่มีคุณค่า การวิจัยเรื่องเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง อยากศึกษา อยาก อยาก …. ดังนั้น ชีวิตนักเรียนปริญญาเอกในอีกสามปีข้างหน้าคงเป็นประสบการณ์ที่ต้องเก็บเกี่ยว พัฒนา เสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพทางวิชาการตั้งแต่จุดปล่อยตัว สู้เขานะ!
ขยัน คือ คำตอบ
Advertisements


ใส่ความเห็น

แนวทางการระดมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเพื่อเยียวยาตัวเราเอง

เรื่องการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วโลก เมืองไทยเองก็ให้ความสนใจ และในปัจจุบันหน่วยงานของรัฐบาลก็กำลังควบคุมให้ถูกทิศทาง เพราะบางครั้งประชาชนอาจคาดหวังกับการรักษาด้วยวิธีนี้มากจนลืมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปและความเสี่ยงที่ไม่ได้สูญหายไปด้วย แต่วันนี้ผมไม่ได้มาบอกสถานที่รักษานะครับ ผมเพียงต้องการเสนอว่าต่อไปภายหน้าซึ่งไม่รู้นานเท่าไหร่เราในฐานะคนธรรมดาอาจจะได้รักษาโรคทางสมองด้วยเซลล์ต้นกำเนิดสมองของเราเองและด้วยตัวเราเอง

โดยทั่วไปแล้ววิธีการใช้ประโยชน์จากเซลล์ต้นกำเนิดประสาทในทางคลินิกอาจแบ่งได้เป็น 2 กลยุทธ์หลัก คือ
1. การเสริมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทจากภายนอก (neural stem cell replacement therapy) เช่น ฉีดเซลล์จากภายนอกเข้าไปในร่างกาย ในสมองบริเวณที่ต้องการ เป็นต้น
2. การระดมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทจากภายในร่างกายของเราเอง (neural stem cell recruitment therapy)
ผมมีความเชื่อว่าสักวันวิธีที่สองจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เลยขอเกริ่นคร่าวๆ ว่าแนวทางนี้เป็นอย่างไร เนื่องจากว่าเซลล์ต้นกำเนิดประสาทที่มีอยู่แล้วในสมองของคนเรา ใครๆ ก็มีจะยากดีมีจนทุกคนมีเหมือนกัน แต่ละวันเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเหล่านี้ก็แบ่งตัวให้เซลล์ประสาทใหม่ แต่ว่าสมองบางบริเวณเท่านั้นที่มีเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้อาศัยอยู่ (ปัจจุบันยอมรับกันว่าคือ SVZ และ SGZ แต่มีอีกหลายบริเวณที่เป็นที่ถกเถียงในแวดวงวิชาการว่าอาจจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้) เมื่อเกิดการบาดเจ็บของสมองขึ้น เช่น stroke และ traumatic brain injury เป็นต้น เซลล์เหล่านี้เช่นใน SVZ ก็จะแบ่งตัว พัฒนาตัวเองไปเป็นเซลล์ประสาท และเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บนั้นๆ
 แต่ศักยภาพที่สมองจะเยียวยาตัวเองนั้นมันน้อยมากเพราะมีสารต่างๆมากมายที่อยู่ในโครงสร้างสมอง ที่ควบคุม ปรับแต่งกระบวนการเยียวยาดังกล่าว นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกร่างกายก็มีผลอย่างมาก ตอนนี้นักวิจัยและบริษัทยาต่างก็รีบศึกษากลไกการเเบ่งตัว เจริญพัฒนา และการเดินทางของเซลล์ประสาท (neuronal migration) สักวันอาจจะมียากลุ่ม A ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทแบ่งตัวมากขึ้น ยากลุ่ม B ช่วยพัฒนาและยืดอายุเซลล์ประสาทให้อยู่นานขึ้น ยากลุ่ม C ช่วยเป็นไกด์พาเซลล์ประสาทเดินทางไปยังบริเวณที่ต้องการแบบสั่งได้ หรือแนวทางเสริมที่อาจจะไม่ต้องอาศัยยา เช่น การเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ (environmental enrichment) การออกกำลังกาย การฝึกด้านการรู้คิด เป็นต้น
ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ใช้จริง แต่ในอนาคตความก้าวหน้าที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้น การเยียวยาตนเองด้วยเซลล์ต้นกำเนิดประสาทของตัวเราเองโดยอาศัยปัจจัยภายนอกมาปรับเสริมจึงเป็นอีกหัวข้อการศึกษาที่น่าสนใจมากครับ…โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขยัน…คือ…คำตอบ


3 ความเห็น

Morning Health

วันนี้มีโอกาสได้เปิดโทรทัศน์ที่เมืองไทย ชื่อรายการ Morning Health ทางช่องสาม เวลาประมาณหกโมงเช้า ซึ่งพิธีกรได้เล่าถึงคุณประโยชน์ของกาแฟอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ถึงแม้ว่าผมก็ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่แนะนำส่งเสริมให้ดื่มกาแฟ พิธีกรบอกสรรพคุณของคาร์เฟอีนในกาแฟว่า
  • เพิ่มความจำ (ไม่อ่าน ไม่สนใจมันก็จำไม่ได้อยู่ดี บางที่อาจทำให้ความจำแย่ลงนะเพราะมันมีรายงานว่าถ้ากินนานๆ ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทสร้างเซลล์ประสาทลดลง)
  • เพิ่ม IQ (ผมไม่เชื่อนะ เพราะ IQ มันเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง)
  • ลดความเมื่อยหล้าจากการเล่นกีฬา (อาจจะทำให้ร่างกายทนทานได้)
  • แก้ปวดหัวไมเกรน (บางคนพบว่ากาแฟเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดหัวขั้นรุนแรงนะ)
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือด (ไปทำอย่างอื่นแทนให้เลือดมันไหลเวียนก็น่าจะได้ เช่น วิ่ง)

ถึงแม้ว่าข้อมูลบางส่วนอาจจะมีรายงานวิจัยสนับสนุน แต่การนำเสนอเช่นนี้อาจทำให้ประชาชนบางส่วนที่เสพข่าวแบบไม่ยั้งคิดเข้าใจว่ากาแฟดีแบบนั้นจริงๆ พิธีกรอาจไม่ได้มีส่วนต่อการแต่งคำพูดในสคริปต์รายการ แต่ผู้จัดรายการน่าจะรอบคอบ ยังดีที่บอกว่าคนที่เสี่ยง เช่นโรคหัวใจ โรคกระเพราะ ผู้สูงอายุ ไม่ควรดื่มกาแฟ มาประหลาดใจตอนท้ายที่พิธีกรนางงามสาวสวยให้ดื่มชาแทนกาแฟ อืม…..

ชื่อรายการบอกว่า “เช้าสุขภาพดี” แต่ช่วงที่สองพิธีกรก็พาไปทานเค้ก แล้วก็ร่ายข้อดีของการทานเค้กให้ฟัง บอกว่าการทานเค้กทำให้ผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มน้ำตาลในเลือด ทำให้มีความสุข อร่อย เป็นการทำการตลาดที่แนบเนียนมาก (ถ้าไม่คิด)  พูดไปได้ว่ามีประโยชน์สามข้อ แล้วข้อเสียจากไขมัน แป้ง เกินอัตราความต้องการของร่างกาย อีกหลายประการลืมไปหมด เฮ้อ….

ไม่น่าไปเปิดดูเลย ดูแล้วก็ไปจับผิดรายการเมืองไทย หลายครั้งที่ดูรายการต่างประเทศจะพบว่าการให้ข้อมูลต่อสาธารณะชนนั้นควรระมัดระวัง คนที่พูดควรมีความรู้ดี ชำนาญในเรื่องนั้นๆ ระดับหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งคือ การตลาด การโฆษณา ทำให้เกิดข้อมูลที่บิดเบือนไปอย่างมาก เห็นผิดเป็นชอบ เฮ้อ ไปกินเค้กเสริมสุขภาพต่อดีกว่าครับ…..